คลื่นทะเลมันตีสาดข้ามเขื่อนเข้ามาเลย พอพายุมาที {{ waveText }} หลังคาพังไปหมด ยังไม่มีเงินซ่อม
ปัจจุบัน พื้นท้องทะเลบริเวณชายฝั่งบางกระเจ้าทรุดตัวและมีความลึกเพิ่มขึ้นราว 3 เมตร เมื่อน้ำลึกขึ้น มวลน้ำและแรงคลื่นที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งก็ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อถึงฤดูมรสุม คลื่นเหล่านี้จึงไม่ต่างจากกองทัพที่ซัดข้ามแนวป้องกัน เข้ามากวาดทำลายบ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง
สำหรับชุมชนบ้านชายทะเลบางกระเจ้า
ทะเลไม่ใช่เพียงแหล่งอาหารหรือรายได้
แต่คือรากฐานของชีวิต วิถีประมงพื้นบ้านอย่าง
“รุนเคย”
(การใช้เรือขนาดเล็กออกจับเคยเพื่อนำไปขายและแปรรูปเป็นกะปิ) คือ
เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชุมชนแห่งนี้มาหลายชั่วคน
แต่วันนี้ ทะเลผืนเดิมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งเกือบ 40 บาทต่อลิตร
ทำให้การออกเรือแต่ละครั้งมีต้นทุนทะลุ 1,000 บาท
ราคาเคยสดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 12-14 บาทเท่านั้น
วันไหนโชคดีจับเคยได้ 100-200 กิโลกรัมพอลืมตาอ้าปากได้
แต่หลายวันได้เพียง 40-60 กิโลกรัม หรือเผชิญกับภาวะ
“รุนน้ำเปล่า” กลับเข้าฝั่งมือเปล่าพร้อมภาระหนี้ค่าน้ำมัน
การรับมือกับความรุนแรงของทะเลในยุคโลกร้อน จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติและบริบทของพื้นที่ ผสมผสานทั้งโครงสร้างวิศวกรรมและการคืนสมดุลให้ระบบนิเวศ แนวเสาเข็มสามเหลี่ยมสลายแรงคลื่น คือ นวัตกรรมการออกแบบที่ช่วยให้คลื่นแตกตัวก่อนเข้าสู่ชุมชน สามารถสลายแรงปะทะได้ถึง 90% การฟื้นฟูป่าชายเลนให้เป็นแนวป้องกันธรรมชาติที่ยั่งยืนที่สุด ช่วยลดแรงคลื่น ดูดซับคาร์บอน และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำกลับคืนมา